สเตียรอยด์สารอันตรายในเครื่องสำอาง

การรักษาสิวมีหลายวิธี และหนึ่งในวิธีที่หลายคนหันไปใช้ก็คือการใช้ครีมรักษาสิวที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป แต่ทราบหรือไม่ว่า ยิ่งสิวหายเร็วเท่าไหร่ ความเป็นไปได้ที่จะคาดเดาว่า ครีมนั้นมีส่วนประกอบของสเตียรอยด์ก็มากตามไปด้วย

ทำไมจึงไม่ควรใช้ครีมที่มีสเตียรอยด์?

เหตุผลง่ายมากก็คือ เพราะสเตียรอยด์ไม่ใช่สารที่จะทำหน้าที่รักษาสิว แต่เข้าไปกดภูมิคุ้มกันไว้เท่านั้น ซึ่งนั่นทำให้เราจากการเป็นสิวอักเสบ สิวแพ้เร็วขึ้น แต่ถามว่าหายถาวรไหม คำตอบคือไม่ ยิ่งเมื่อหยุดใช้ฮอร์โมนในร่างกายจะยิ่งทำงานผิดเพี้ยน ตัวบวม ขนขึ้นตามบริเวณที่ใช้สเตียรอยด์ ซ้ำผิวหน้ายังบาง อีกทั้งสูญเสียกระบวนการสร้างคอลลาเจน ทำให้เกิดรอยแตก รอยแยกบนผิวหนัง เกิดเป็นสิวสเตียรอยด์ และสิวเม็ดเล็กเป็นปื้น ๆ อีกด้วย

ทำอย่างไรเมื่อผิวหน้าเป็นสิวสเตียรอยด์?

  • หยุดใช้ครีมที่ทำให้เกิดสิวสเตียรอยด์ทันทีค่ะ หรือใช้วิธีการ “ถอยครีม” คือใช้ครีมเดิมสลับกับครีมที่ไม่มีสารเหล่านั้น เพื่อให้ผิวหน้าได้ปรับสภาพ ทำเป็นเวลา 15 วันผิวหน้าจะค่อย ๆ ดีขึ้น
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรอ่อนโยนต่อผิว และต้องล้างหน้าให้สะอาดทุกเช้าเย็น
  • หลังจากผิวปรับสภาพให้งดใช้ครีมทาผิวทุกประเภท เพราช่วงนี้ผิวจะแพ้ง่ายมาก
  • แม้ว่าช่วงที่หยุดใช้ครีมที่มีสารสเตียรอยด์จะมีสิวขึ้นจนน่ากลัวก็ต้องอดทน เพราะถือเป็นช่วงที่ผิวผลักสารพิษออกมา ซึ่งเป็นไปตามระบบธรรมชาติ สาว ๆ คนไหนที่เป็นสิวสเตียรอยด์ต้องใจแข็ง อดทน เรื่องของสเตียรอยด์เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา แต่ถ้าอยากมีใบหน้าที่ดีโดยไม่พึ่งสารอันตรายก็ต้องใจเย็น เมื่อผ่านช่วงนี้ไปได้ต้องเลือกทุกครั้งก่อนใช้ครีมว่าครีมนั้นปลอดภัยจริงหรือไม่ เพื่อผิวหน้าที่ดีของคุณเอง

สำหรับผู้สนใจธุรกิจเครื่องสำอางประเภทครีมรักษาฝ้า และต้องการสร้างแบรนด์ของตนเอง
ติดต่อ 097-080-1003 (07.00-23.00 น.), 091-003-9660 (08.30-17.30 น.)
หรือ Line ID : @ireal หรือ Email : info@irealplus.net